เทศน์เช้า

เทศน์เช้า

๒o ธ.ค. ๒๕๖๘

เทศน์เช้า วันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๘

พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต

 

ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

 

ตั้งใจฟังธรรมะ

ธรรมะนี้สำคัญ สำคัญเพราะอะไร

เพราะมันฝังไปในหัวใจของตน

ทำบุญฝังดินไว้ ฝังดินไว้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบอก หาเงินได้บาทหนึ่ง เลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่สลึงหนึ่ง เลี้ยงครอบครัวสลึงหนึ่ง ทำธุรกิจการค้าสลึงหนึ่ง ที่เหลือสลึงหนึ่งฝังดินไว้ ฝังดินไว้ ฝังดินไว้ ฝังไว้กับหัวใจดวงนี้ไง

ถ้าฝังไว้หัวใจดวงนี้ เพราะจริตนิสสัย ๔ อสงไขย ๘ อสงไขย ๑๖ อสงไขย องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่โคนต้นโพธิ์ รู้แจ้งโลก เวลารู้แจ้งโลก รู้แจ้งโลก แจ้งโลกอยู่โคนต้นโพธิ์ไง แจ้งโลก โลกในหัวใจของตนไง

บุพเพนิวาสานุสติญาณ ตั้งแต่จิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ จุตูปปาตญาณ มันไปอนาคตมากมายมหาศาล อาสวักขยญาณ ทำลายอวิชชาในหัวใจดวงนี้ไง รู้แจ้งโลกนอกและโลกใน

โลกในสำคัญนะ

โลกนอก ไม่มีเรา มันก็มีอยู่อย่างนี้ เราตายไปก็อยู่อย่างนี้ แต่เวลาปัจจุบันนี้เราอยู่กับโลก ทำไมมันเดือดร้อนขนาดนี้ล่ะ ทำไมมันวุ่นวายขนาดนี้ล่ะ

เพราะเราไม่รู้แจ้งโลกไง ถ้ารู้แจ้งโลกๆ เรามีสติมีปัญญาของเรา เราฝึกหัดของเราไง

โดยธรรมชาติ ตลาด ทุกคนต้องแสวงหา แสวงหามาเพื่อแรงงานของตน เพื่อปัจจัยเครื่องอาศัยเพื่อดำรงชีวิตของตน

นี่ไง เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง ชีวิตนี้อยู่ได้ด้วยปัจจัย ๔ ปัจจัย ๔ เป็นเครื่องอาศัย อาศัยดำรงชีวิต แล้วปัจจัย ๔ มันก็อยู่อย่างนี้ โลกนอก

โลกใน โลกใน เรามีศรัทธาความเชื่อในพระพุทธศาสนา เรามีรัตนตรัย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นที่พึ่งที่อาศัย

เราไม่มีที่พึ่งที่อาศัยนะ เห็นไหม ชีวิตนี้มีการพลัดพรากเป็นที่สุด ทุกคนต้องตายไปทั้งสิ้น แล้วสิ่งที่หัวใจ หัวใจๆ หัวใจที่มันมีคุณค่า มีคุณค่า มีคุณค่าเพราะอะไร

นี่ไง เวลาเราทำบุญกุศล อุทิศส่วนกุศลๆ เวลาคนที่ตกทุกข์ได้ยากไง ตกทุกข์ได้ยากนะ หิวกระหายนะ เวลาโลกเรา เรายังเสียสละ เรายังพึ่งพาอาศัยกันได้ แต่ถ้าเป็นจิตวิญญาณจบครับ ของใครของมันครับ ใครทำมาถึงได้ ทำมาถึงได้ไง ไปนั่งดูเขากินน่ะ

แล้วจิตวิญญาณไม่เหมือนอย่างนี้ จิตวิญญาณคือมันตายไม่ได้ มันแค่หมดเวรหมดกรรม หมดเวรหมดกรรมมันก็เสวยภพชาติใหม่ ถ้าภพชาติใหม่ เห็นไหม

ถ้าเราทำของเราๆ ทำของเราโดยที่ชาวพุทธเรา โดยชาวชนบทเขาฟังธรรมๆ ไง เราทำบุญกุศลกันไปเพราะภพชาติหน้าเราจะได้มีที่อยู่ที่อาศัย จะได้มีกินมีใช้ของเขาไง

แต่ในพระพุทธศาสนาไง กึ่งกลางพระพุทธศาสนา ศาสนาเจริญอีกหนหนึ่ง เจริญจากหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นขึ้นมา ถ้าเจริญจากหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นขึ้นมา เราฝึกหัดภาวนาของเรา ถ้าจะรู้แจ้งโลกใน โลกในมีคุณค่าอย่างนี้ไง

กองทัพธรรม กองทัพธรรมนะ สมัยก่อนคนที่ไม่มีที่พึ่งที่อาศัย เขาถือผีถือสางของเขาในภาคอีสานไง กองทัพธรรมให้เขาถือศีล อย่าไปเชื่อผี อย่าไปเชื่อผู้มีอำนาจ

อำนาจที่แท้จริงคือกรรมดี กรรมชั่ว

ถ้ามีกรรมดี กรรมชั่วขึ้นมา เราทำคุณงามความดีของเรา ทำคุณงามความดีของเรา แล้วถ้ามีอำนาจวาสนา เราสวดมนต์ ทำวัตรสวดมนต์ของเรา มีศีล ๕ ขึ้นมา ผีไหนมันจะมาคุ้มครอง ผีไหนมันจะมามีอำนาจ ผีไหนมันจะมารังแก มันรังแกไม่ได้หรอก เพราะมันเข้ามาไม่ได้ เพราะเรามีรัตนตรัยเป็นเครื่องกางกั้น มีรัตนตรัยกั้นไว้เลย เข้ามาหาเราไม่ได้

สิ่งที่มีคุณค่าที่สุด เห็นไหม เขาแขวนเครื่องรางของขลัง แต่เรามีศีล ๕ ศีล ๕ คุ้มครองเรา ศีลธรรมคุ้มครองเรา

ไอ้เครื่องรางของขลังมันเป็นสิ่งที่เขาให้เป็นของขวัญ แต่เราเชื่อสิ่งนั้นไง

นี่เหมือนกัน เวลาไปวัดไปวา ทำบุญ ทำบาป ทำบุญ ทำบาป มันก็เหมือนอ้อนวอนขอทางโลกเขาไง แต่ถ้าเราฝึกหัดปฏิบัตินี่ของเราแล้ว แจ้งโลกนอก โลกใน

โลกใน ฟังธรรมๆ เพื่อหัวใจดวงนี้ เพื่อโลกในของเรา ถ้าโลกในของเรา เรามีรัตนตรัย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ มันก็มีสติมีปัญญา มีที่พึ่งที่อาศัย มันไม่ว้าเหว่ไง ถ้าไม่ว้าหว่แล้วถ้าฝึกหัดปฏิบัติของเรา ถ้าจิตมันสงบเข้ามา จะเข้าสู่พุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานไง

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้อยู่โคนต้นโพธิ์ รู้แจ้งโลกใน

โลกในนี้สำคัญมากนะ ถ้ารู้แจ้งโลกในนะ กิเลสหลอกกูไม่ได้นะ กิเลสเอ็งหลอกกูไม่ได้ พอกิเลสมันหลอกกูไม่ได้ มันก็ไม่ทุกข์ไง

เราคิดโดยสติ โดยปัญญา โดยสามัญสำนึกของเราไง ไม่ต้องให้กิเลสมันมาเสี้ยม จะเป็นอย่างนั้น จะเป็นอย่างนั้น จะเป็นอย่างนั้น

มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ หรือ

ถ้ามันเป็นอย่างนั้น เขาเรียกคิดงาน เวลาทำงาน ทำงานน่ะทำได้ ทำงาน คนทำงานเขาบอกว่า เสร็จงานแล้วเอางานไว้ที่ทำงาน อย่าเอามาที่บ้าน

นี่ก็เหมือนกัน พุทธะ ถ้าจิตมันสงบระงับแล้ว ถ้ามันดีของมันขึ้นมา นี่ในบ้านของเรา เข้าบ้านๆ เข้าสู่ใจของตนไง เราจะรู้แจ้งโลกในโดยที่จิตวิญญาณของเรามันมีสติสัมปชัญญะเข้ามา แล้วจะเห็นคุณค่า

เวลาครูบาอาจารย์ที่เป็นธรรมนะ ท่านสังเวชมากนะ ปล่อยหัวใจของตนทิ้งไป ไม่ดูแลหัวใจของตน

ถ้ามันจะดูแลหัวใจของตน เรามีรัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่อาศัย ถ้าเป็นที่พึ่ง คำว่า ที่พึ่งที่อาศัย” คนเราต้องมีปัจจัยดำรงชีวิตไง

นี่ก็เหมือนกัน จิตวิญญาณที่มันพึ่งตัวเองไม่ได้ ก็มีรัตนตรัย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นที่พึ่ง แต่เวลาเป็นสัจจะเป็นความจริงขึ้นมา ตัวเองเป็นที่พึ่งของตัวเอง จะรู้แจ้งโลกใน

โลกนอก โลกนอกเราก็แสวงหา แสวงหาเพราะว่าเราเกิดมา ชีวิตนี้มันมีความจริง จริงตามสมมุติไง ชีวิตจริงๆ แล้วมันทุกข์ไหม

ทุกข์เป็นอริยสัจ ทุกข์เป็นความจริง

เราไม่ต้องไปเดือดร้อน ไม่ต้องไปอ้อนวอนขอใครทั้งสิ้น นี่มันเป็นข้อเท็จจริงของมันนะ

สิ่งใด องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบอกมันต้องเสื่อมสภาพไปเป็นธรรมดา สรรพสิ่งในโลกนี้เป็นอนิจจัง มันมีสิ่งใดคงที่ตายตัวล่ะ มันเสื่อมสภาพไปทั้งนั้นน่ะ เราก็รู้ตั้งแต่ต้นอยู่แล้วว่ามันต้องเสื่อมสภาพของมันไป

ถ้ามันเสื่อมสภาพของมันไป เราก็เริ่มต้นตั้งแต่ว่า เราฝึกหัดปฏิบัติ เราฝึกหัดหัวใจให้เข้มแข็งขึ้นมา จะเจอสภาพความเสื่อมขนาดไหน เออ! นี่ไง มันจริงจัง จริงตามธรรมพระพุทธเจ้า มันจริงๆ มันก็เสื่อมจริงๆ มันเสื่อมจริง เราก็ดูแลรักษาไปตามสภาพไง ถึงที่สุดมันเป็นธรรมดา ใครไปกีดไปขวางมันไม่ได้ ถ้ามีสติมีปัญญาแล้ว

แต่จิตใจมันเคยเสื่อมไหม

ที่หลวงตาท่านพูดไง จิตมันไม่มีอายุ

ไม่มี มันอยู่ของมันอย่างนั้นน่ะ แต่เราเกิดเป็นมนุษย์มันมีอายุขัย แต่จิตไม่มีอายุเพราะเราฝังที่จิตดวงนั้น ฝังดินในหัวใจของเราไว้ คุณงามความดีอยู่ที่นี่ อาศัยคุณงามความดี กรรมดีไง กรรมดีพาเราไป ทำกรรมดีแล้ว ใครมาแย่งมาชิงไม่ได้

เวลาทำบาปทำกรรม กรรมชั่ว กรรมชั่วแย่งชิงกันไม่ได้ ถึงเวลาแล้วมันให้ผลของมันแน่นอน

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงสอนไง สอนให้เชื่อกรรม ให้เรามีสติปัญญา อย่าอาจหาญกับสิ่งที่ว่าฝืนศีลฝืนธรรมในพระพุทธศาสนา อย่าอาจ อย่าหาญ

นี่มันเก่งแต่ปากเท่านั้นน่ะ ถึงเวลาแล้ว ถ้ามันถึงเวลาแล้วมันให้ผลทั้งนั้นน่ะ ถ้ามันให้ผลแล้วนะ แล้วโทษใคร

ทำสิ่งใดแล้วเสียใจภายหลังไม่ดีเลย ถ้าความผิดพลาดไปแล้วไม่ดีเลย แต่เวลาทำ สติปัญญาไม่เท่าทันไง เพราะอะไร เพราะขาดการฝึกฝน

ฟังธรรม อริยสัจ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค เข้าใจทั้งหมดน่ะ มันขาดการฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมาไง แล้วถ้ามันฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมาแล้วให้มันเป็นตามข้อเท็จจริงในหัวใจของตน ได้มากได้น้อยขนาดไหน สาธุ เรามีอำนาจวาสนาอย่างนี้ เราทำอย่างนี้ แต่เรายังเป็นคนทำ เรายังมีคุณค่า

ถ้ามีคุณค่าแล้ว สิ่งที่เราเกิดมาแล้ว เราเกิดมาแล้ว เป็นคนแล้ว แล้วไม่ต้องเสียใจด้วย จริงๆ นะ เราไม่เคยเสียใจอะไรเลย เพราะเราทำมา เราเป็นคนทำเอง ไม่เคยเสียใจ มันจะดีก็พอใจ มันจะเลวร้าย เออ! เวรกรรมของสัตว์ มันถึงเวลาไง ถึงเวลาจะไปทุกข์ร้อนอะไร ก็ปัจจุบันน่ะ

แต่ปัจจุบันมันมาจากไหนล่ะ

อดีตอนาคต อดีตอนาคตมาจากไหน

ก็ปัจจุบันนี้พาไป ถ้าพาไป เราทำคุณงามความดีเพราะอะไร

เพราะมีกรรมเก่า กรรมใหม่ไง

ถ้าไม่มีกรรมเก่า กรรมใหม่ เห็นไหม เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๔ อสงไขย ๘ อสงไขย ๑๖ อสงไขย พระสารีบุตร พระโมคคัลลานะเขาสร้างของเขามา เวลาจะตั้งพระสารีบุตร พระโมคคัลลานะเป็นอัครสาวกเบื้องซ้ายเบื้องขวา พระบอกว่าต้องตั้งพระอัญญาโกณฑัญญะ นี่กระแสโลก เพราะเป็นสงฆ์องค์แรกของโลก

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบอก ไม่ใช่ เขาทำของเขามา

เขาทำของเขามา คือเขาสร้างบุญกุศล เขาอธิษฐานของเขามา เขาบำเพ็ญเพียรมามากมายกี่ภพกี่ชาติ ของเขาน่ะ ใครจะแย่งจะชิงเขาไม่ได้หรอก แล้วองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ตั้งตามที่เขาทำของเขามา เขาทำของเขามา แล้วมาเกิดเป็นพระสารีบุตร พระโมคคัลลานะ ไปหาสัญชัย เวลาผิดพลาดจากสัญชัยแล้วมาฟังพระอัสสชิ มาเฝ้าพระองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอบรมบ่มเพาะขึ้นมาจนเป็นพระอรหันต์ รู้แจ้งโลกนอก โลกใน ถึงจะเข้าใจเรื่องธรรมะ

ธรรมะจริงๆ มันสอนเข้ามาที่ใจนี้ เวลาภาวนามยปัญญา ปัญญาทวนกระแสกลับในพระพุทธศาสนา มันทวนกระแสกลับไง เวลาพระอัญญาโกณฑัญญะมีดวงตาเห็นธรรม ดวงตาเห็นธรรมไง

“อัญญาโกณฑัญญะรู้แล้วหนอ”

เขารู้จริงของเขา แต่เรารู้โลกนอก แล้วโลกในล่ะ

รู้แจ้งโลกนอกและโลกใน เห็นไหม พระพุทธศาสนามีภาคปริยัติ ปฏิบัติ มีข้อเท็จจริงกับหัวใจของสัตว์โลก ถ้าหัวใจของสัตว์โลก เราฝึกหัดปฏิบัติของเรา เราเชื่อของเรา จะไร้เดียงสา จะฝึกหัดขนาดไหน นั่นน่ะสำคัญมาก เริ่มต้นตั้งไข่

ดูเด็กสิ โตมามันลุกนอนอะไรไม่ได้เลยล่ะ จนมันเริ่มคลานได้ เริ่มยืนได้ ตั้งไข่ได้ เดินได้ นี่โดยธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต แต่หัวใจล่ะ

หัวใจเราคิดว่าเราอาจหาญ เรากล้าหาญมากนะ กล้าหาญด้วยสติด้วยปัญญา เกิดมากับโลก กลัวจะไม่เท่าทันเขา มีการศึกษาค้นคว้ามาเป็นนักปราชญ์ราชบัณฑิต มีอำนาจวาสนาในทางโลกนอก เข้าใจไปหมด เป็นนักปราชญ์ ใครมีสิ่งใดก็ต้องมาปรึกษา แต่โลกใน อยู่คนเดียวคอตกนะ ว้าเหว่

โลกในหามาจากไหน

เวลาโลกในขึ้นมานะ คนที่มีสติปัญญาที่มีอำนาจวาสนา เขาขออยู่โดยปกติสุข ขออยู่คนเดียว ขออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีๆ เพื่อศึกษาค้นคว้าหัวใจของเขา แล้วถ้ามันศึกษาค้นคว้าในหัวใจของเขา ถ้าเกิดศีล สมาธิ ปัญญา เกิดภาวนามยปัญญา ปัญญาที่มหัศจรรย์ในพระพุทธศาสนา

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง “อัญญาโกณฑัญญะรู้แล้วหนอ”

เวลาพระสารีบุตร พระโมคคัลลานะ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นคนอบรมเอง สั่งสอนเอง เพราะอะไร เพราะติดมาตลอด พระโมคคัลลานะนั่งสัปหงกโงกง่วงเลย

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปด้วยฤทธิ์ คือร่างกายองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็อยู่ที่เดิม แต่โดยฤทธิ์ของท่าน โดยอำนาจวาสนาของท่าน

โมคคัลลานะ ถ้าง่วงนอนนะ ให้เอาน้ำลูบหน้า ให้ตรึกในธรรม ถ้าไม่ได้ก็ให้แหงนหน้าดูดาว ให้มันสว่าง ถ้ามันง่วงก็นอนซะ นอนเลย หายง่วง ตื่นแล้วค่อยมาภาวนา

พระโมคคัลลานะ ผู้ที่มีฤทธิ์มีเดช แต่เวลาฝึกหัดมาก็เตาะแตะๆ มาเหมือนกัน แล้วเราล่ะ เราก็มีความรู้สึกเหมือนกัน เราก็มีจิตวิญญาณเหมือนกัน โลกในของเราไง เราฝึกหัดของเราขึ้นมา ทำของเราให้ดีงามขึ้นมา

เราเกิดมาเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา ฝึกหัดปฏิบัติได้มากได้น้อยขนาดไหน

ไปวัดไปวาขึ้นมาเขาให้สร้างบุญสร้างกุศล นี่บุญและบาป อ้อนวอนขอ แต่ถ้าไปวัดประพฤติปฏิบัติ วัดกรรมฐานนะ เขาให้ฝึกหัดเอง หายใจเข้านึกพุท หายใจออกนึกโธ แล้วเราทำสมาธิเป็นนะ เราจะรู้ได้เลยว่าอาจารย์เราทำสมาธิเป็นหรือไม่เป็น ใช้ได้หรือใช้ไม่ได้ แล้วถ้าเกิดภาวนามยปัญญา เฮ้ย! เรามีอยู่คนเดียวหรือ คนอื่นไม่เห็นเป็นเหมือนเราเลย นี่มันเริ่มเห็นแล้ว

แล้วเราจะเชื่อเขาหรือจะเชื่อเราล่ะ เราคนเดียวที่ปัญญามันหมุน กับไอ้ที่เขาพูดไปมันเป็นสัญญาทั้งนั้นน่ะ แล้วจะเชื่อใคร

กาลามสูตร ห้ามเชื่อใครทั้งสิ้น ให้ฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมาตามข้อเท็จจริงของตน แล้วถ้ามันเป็นความจริง รู้แจ้งโลกนอก แล้วเห็นโลกใน แล้วเข้าใจเรื่องพระพุทธศาสนา

สิ่งที่เราทำบุญกุศลเป็นทาน นี่กระพี้ เปลือก เปลือก กระพี้ แก่น แก่นคือแก่นในหัวใจของตน แก่นคือความรู้สึกของตน แก่นคืออำนาจวาสนาของตน มีอำนาจวาสนามากน้อยขนาดไหน อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน เพราะความคิดของเราใครจะมารู้ได้ จิตใจของเรา ใครจะมาแย่งชิงไปได้

ตนไง จิตของตนไง ใครมาบีบคั้นอะไรเราไม่ได้หรอก แต่ของเรา เราศึกษาค้นคว้าเอง มีสติปัญญาเอง อย่าให้มารมันบีบมันคั้นให้มันทุกข์ให้มันยาก แล้วฝึกหัดปฏิบัติของเรานะ

จากภายนอก เราหาอยู่หากินมาโดยน้ำพักน้ำแรงของเรา ในหัวใจของเรา เราดูแลของเราเอง ถ้ามันเป็นปัจจัตตัง เป็นสันทิฏฐิโกไง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ารู้แจ้งทั้งโลกนอกและโลกใน เพราะรู้แจ้งโลกนอก โลกในก่อน มันถึงส่งออกครอบคลุมสามโลกธาตุ เอวัง